ข้อมูลการท่องเที่ยวเซินเจิ้น
0






































ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2014-02-25
จำนวนสมาชิก : 169 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2020-07-29
จำนวนครั้งที่ชม : 2,209,683 ครั้ง
Online : 9 คน
จำนวนสินค้า : 17 รายการ
ข้อมูลการท่องเที่ยวเซินเจิ้น


 
         เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) เป็นเมืองชายแดนริมฝั่งตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง มีพื้นที่ 2,020 ตารางกิโลเมตร เซินเจิ้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตเมืองเซินเจิ้น เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น และเขตมณฑลเซินเจิ้น สมัยก่อนเมืองเซินเจิ้นเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง เมื่อปี ค.ศ. 1980 ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทำให้มีความเจริญ และความทันสมัยภายในเมืองนี้มากขึ้น มีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ อาคารสำนักงาน โรงแรม และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมทั้งจำนวนประชากรก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ปัจจุบันเซินเจิ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เมืองเซินเจิ้น มีสถานะเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุด และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด

ประชากรและภาษา
             ภาษา ที่ใช้อยู่โดยทั่วไปในเซินเจิ้น คือ ภาษากวางตุ้ง และ ภาษาจีนกลาง ซึ่งใช้เป็นภาษาราชการ เนื่องจากรัฐบาลจีนได้มีการจัดตั้งให้เมืองเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการลงทุนมากมาย จึงทำให้ผู้คนจากทั่วสารทิศเข้ามาหาโอกาสที่มีอยู่มากมาย ทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน ประชากรทั้งหมดของ เซินเจิ้นมีทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งเขตตัวเมืองและเขตปริมณฑล ประมาณ 20 ล้านคน

ภูมิอากาศ  
             เซินเจิ้นตั้งอยู่ในภูมิอากาศใกล้เคียงกับ ฮ่องกง และ มาเก๊า คือมีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฤดูร้อนที่ยาวนานและ ฤดูหนาวเพียงช่วงสั้นๆ อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี อยู่ที่ 22.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดในช่วงหน้าร้อนอยู่ที่ 36.6 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุกในช่วงหน้าร้อน 
             ฤดูใบไม้ร่วง  (เดือนตุลาคม – ธันวาคม) ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว
             ฤดูหนาว       (เดือนมกราคม – มีนาคม) แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่อง                                     เที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศหนาว
             ฤดูร้อนและฝน (เดือนเมษายน - กันยายน) ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้น สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมี                                        ฝนตกและมักเกิดพายุไต้ฝุ่นราวเดือนมิถุนายน – สิงหาคม
ระเบียบการเข้าเมือง
             การเข้าเซินเจิ้นนั้น จำเป็นต้องมีวีซ่า ก่อนจึงจะเข้าได้ ซึ่งสามารถทำวีซ่าได้จากประเทศไทยก่อนไป หรือ จะไปทำโดยผ่านทางฮ่องกงหรือมาเก๊าก็ได้ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกขึ้นได้ คุณสามารถอ่านรายละเอียดการยื่นขอวีซ่า เพื่อเดินทางเข้า เซินเจิ้นได้ที่ ข้อมูลวีซ่า เซินเจิ้น 

หน่วยเงินของเซินเจิ้น
             ถึงแม้เซินเจิ้นจะเป็น เขตเศรฐกิจพิเศษก็ตาม แต่เซิ้นเจิ้นก็จะอยู่ในการควบคุมดูแลจากรัฐบาลจีน ดังนั้น เซินเจิ้นจึงมีการใช้ เงินสกุล หยวน สกุลเงินของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนคือเงินเหยินหมินปี้ ( Renminbi แปลตามตัวว่าเงินของประชาชน ) มักใช้ตัวย่อ RMB หน่วยเงินของจีนเรียกว่าหยวน ( yuan ) หนึ่งหยวนมีสิบเจี่ยว ( jiao ) หนึ่งเจี่ยวมีสิบเฟิน ( fen ) 100 เฟินเท่ากับหนึ่งหยวน ธนบัตรแบ่งออกเป็นใบละ 1 หยวน , 5 เจี่ยว , 1,2 และ 5เฟินเฟินเป็นหน่วยเล็กสุดเจี่ยวหรือเหมาเป็นหลักสิบจากนั้นเป็นหยวน
 


ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงิน Chinese Yuan (CNY)

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของ เซินเจิ้น
           • 1. WINDOW OF THE WORLD ( หน้าต่างโลก ) เมืองจำลองซึ่งได้จำลองปฏิมากรรมที่สำคัญต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกไว้                     ได้อย่างวิจิตรสวยงาม อาทิ Eiffel Tower ( France ) , Taj Mahal ( India ) , Pyramids Of Giza ( Egypi ) ,                             Mount Fuji ( Japan ) ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นเก็บภาพวิวเมืองเซินเจิ้นจำลองทั่วโลกได้ ทุกๆ วัน
           • 2. SHENZHEN MUSEUM ( พิพิธภัณฑ์ เซินเจิ้น )
           • 3. LOWU CITY ( หลอวู ซิตี้ ) แหล่งช้อปปิ้งสินค้าราคาถูกแหล่งใหม่ของเซินเจิ้น
           • 4. SPLENDID CHINA ( เมืองจำลองจีน ) ภายในจำลองสถานที่สำคัญๆ ของเมืองจีน
           • เที่ยวคุ้มกว่า ไปเที่ยวสามเมืองเศรษฐกิจน่าเที่ยว ฮ่องกง มาเก๊า เซินเจิ้น 

            เนื่องจาก ฮ่องกง มาเก๊า และ เซินเจิ้น เป็นเขตเศรษกิจพิเศษและเขตบริหารพิเศษ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกัน จึงทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆ คน เดินทางไปเยื่ยมเยือน ทั้งสามเขตนี้อยู่เนืองๆ สำหรับคนที่ได้ไปเยือนฮ่องกง แล้วไม่ได้ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในมาเก๊าหรือ เซินเจิ้นนั้นเป็นสิ่งที่น่าเสียดายนัก เพราะว่า ทั้งสามเขตขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน่าเที่ยวเมืองหนึ่งใน เอเชียเลยทีเดียวสาธารณรัฐประชาชนจีน ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ส่วนใหญ่ ที่ชาวตะวันตกเรียกรวม ๆ ว่า China (จีน) ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮั่น จีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก และมีขนาดเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงรัสเซีย และแคนาดาจีน เป็นชนชาติที่เก่าแก่ที่มีวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองในอดีตสืบเนื่องมากว่า 5,000 ปี จนเรียกได้ว่า ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่ปักกิ่งทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการกีฬา การเปิดประเทศครั้งใหม่ของจีนนี้ เชิญชวนให้ผู้คนหลั่งไหลไปเที่ยวมากขึ้นนับล้านๆคนในแต่ละปี คาดว่าอีกไม่นานจะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวจีนในอัตราสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก "ปักกิ่ง" เมืองหลวงของจีน พัฒนาขึ้นมากเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าที่ทันสมัย ไซต์งานกระจายอยู่ทั่วไปในวงล้อมของวงแหวนที่ 5 คับคั่งด้วยรถยนต์ที่แออัด อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วและร้อนแรง

สภาพภูมิอากาศ  
             ลักษณะภูมิอากาศของประเทศจีนเป็นแบบมรสุมภาคพื้นทวีป ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ โดยลมเหนือจะมีอิทธิพล ต่อประเทศอย่างสูงในฤดูหนาว ขณะที่ลมใต้จะมีบทบาทในฤดูร้อน โดยจะเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า มีฤดูฝนปนอยู่กับฤดูร้อน ด้วยภูมิอากาศที่ซับซ้อน และ ภูมิประเทศที่หลากหลายของจีน ทำให้สามารถแบ่งโซนอิงอุณหภูมิ กับ โซนอิงความชื้นของ ภาคพื้นประเทศจีนได้ คือ โซนอิงอุณหภูมิจากภาคใต้จนถึงภาคเหนือแบ่งออกได้เป็น แถบเส้นศูนย์สูตร ร้อนชื้น กึ่งร้อนชื้น อบอุ่น และแถบหนาวเย็น และแบ่งโซนอิงความแห้ง-ความชื้นจากตะวันออกเฉียงใต้ ถึง ตะวันตกเฉียงเหนือเป็นแถบความชื้นสูง
เวลา  
            เวลาในสาธารณรัฐประชาชนจีนเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา
            ประเทศจีนใช้ภาษาจีนกลาง หรือ ผู่ทงฮว่า เป็นภาษาราชการ ชาวจีนในมณฑลต่างๆ มีภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เสฉวน หูหนาน กวางตุ้ง ไหหลำ และฮกเกี้ยน สำหรับภาษาอังกฤษจะใช้กันตามโรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
 
เงินตรา
            สกุลเงินของจีนเรียกว่า เหรินหมินปี้ และมีหน่วยเรียกเป็น หยวน (ตัวย่อ CNY) อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน อยู่ที่ประมาณ 5 บาทไทย สำหรับธนบัตรจีนจะแบ่งออกเป็นใบละ 1 หยวน, 5 เจี่ยว, 1, 2 และ 5 เฟิน





ระบบไฟฟ้า
             จีนใช้ระบบกระแสไฟแบบ AC 220 V, 50 Hz. อาคารส่วนใหญ่ในประเทศใช้ปลั๊กไฟแบบมาตรฐาน แต่ก็ยังมีบางที่ที่ยังใช้ปลั๊กแบบสามตาอยู่ ดังนั้น หากท่านต้องการนำอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ด้วย กรุณานำตัวแปลงหรือปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลกติดตัวไปด้วย หรือจะไปขอยืมจากโรงแรมที่พักของท่านก็ได้ค่ะ โดยจะมีให้บริการตามโรงแรมในจีนบางแห่งค่ะ
 
ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในจีน
 
ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
             ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
             โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้ได้โดยท่านต้องขอเปิดใช้บริการ IR INTERNATIONALROAMING กับระบบโทรศัพท์ของท่าน ก่อนเดินทาง เพื่อความสะดวกควรใช้บัตรโทรศัพท์ที่มีขายในโรงแรม และร้านค้าทั่วไป โดยหมุน 001-66-2 (2-กรุงเทพฯ / 38-ชลบุรี / 53-เชียงใหม่) ตามด้วยเบอร์โทรศัพท์บ้าน เบอร์มือถือ 001-66-1 (หมายเลขนำหน้าของโทรศัพท์มือถือ) ตามด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์สาธารณะในเมืองจีน จะมีบริการหยอดเหรียญ ซึ่งท่านจะต้องเสียค่าบริการครั้งละ 1 หยวนหรือราวครั้งละ 4.7 บาทค่ะ นอกจากนี้ ยังมีแบบใช้บัตร (Card Phone) ที่สามารถใช้โทรออกต่างประเทศได้อีกด้วยค่ะ Card Phone นี้สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

การให้ทิป
             การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

อาหารการกิน
              อาหารจีนต้นตำรับที่พลาดไม่ได้ เมื่อเดินทางไปเยือนเมืองจีน ก็คือ อาหารเสฉวน เอกลักษณ์อยู่ตรงที่รสเผ็ดและชา รสชาติสด หอม ชุ่มคอ และอร่อย อาหารจานเด็ดของเสฉวน ได้แก่ "หมาผัวโต้วฝู่" หรือ ผัดเต้าหู้เนื้อสับ อาหารหูหนาน หรือ เซียงไช่ ก็เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกประเภท มีจุดเด่นอยู่ที่รสเปรี้ยว และเผ็ด นอกจากนี้ เกี๊ยวต้มจีน หรือ เจี่ยวจือ ถือเป็นอาหารท้องถิ่นที่ชาวจีนนิยม รับประทานกันมากค่ะ ท่านที่ไปเที่ยวเมืองจีน อย่าพลาดการลิ้มลองอาหารเลื่องชื่อ เหล่านี้ได้ จากร้านอาหาร และ ภัตตาคารต่างๆของโรงแรมในจีนกันนะคะ ทั้งนี้ อาหารในเมืองจีนส่วนใหญ่รสชาติค่อนข้างจืด สำหรับท่านที่ชอบทาน อาหารรสจัด สามารถนำเครื่องปรุงติดตัวไปรับประทานเองได้นะคะ เช่น น้ำพริก หรือซอสปรุงรสต่างๆ ค่ะ

รายการช้อปปิ้ง
             สินค้าแบรนด์เนม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และอื่น ๆ มากมาย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
             กำแพงเมืองจีน (ปักกิ่ง)
             วัดพระเขี้ยวแก้ว (ปักกิ่ง)
             จตุรัสเทียนอันเหมิน (ปักกิ่ง)
             พระราชวังกู้กง (ปักกิ่ง)
             พระราชวังฤดูร้อน (ปักกิ่ง)
             สนามกีฬาโอลิมปิค 2008 (ปักกิ่ง)
             หอฟ้าเทียนถาน (ปักกิ่ง)
             หอไข่มุก (เซี่ยงไฮ้)
             หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮู้ (เซี่ยงไฮ้)
             ตึก SWFC (เซี่ยงไฮ้)
             ฯลฯ
   
เทศกาลสำคัญ
วันไหว้พระจันทร์ : กล่าวกันว่าในคืนวันไหว้พระจันทร์ ดวงจันทร์จะสุกสว่างและมองเห็นเป็นดวงกลมที่สุดในรอบปี ซึ่งตรงกับวัน                             เพ็ญเดือนแปดของจีน
วันสารทจีน : วันสารทจีน ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษโดยพิธีเซ่นไหว้ โดยหญิงที่แต่งงานแล้วไม่สามารถที่จะ                         กลับมาไหว้บรรพบุรุษของตนเองนอกเสียจากมีพ่อหรือแม่ของตนเสียชีวิตไปแล้วจึงสามารถกลับมาบ้านตนเองเพื่อ                       กราบไหว้ได้ แต่หากพ่อหรือแม่ของฝ่ายหญิงที่แต่งงานแล้วยังไม่เสียชีวิต ฝ่ายหญิงก็ต้องไหว้บรรพบุรุษของบ้าน                         สามีนั้นเองเทศกาลชีซี : วันแห่งความรักของประเทศจีน เทศกาลชีซียังรู้จักกันในนาม “เทศกาลหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาว                     ทอผ้า” หรือที่ญี่ปุ่นเรียก “เทศกาลทานาบาตะ” อีกด้วย

เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง : เทศกาล "บ๊ะจ่าง" หรือ หรือเทศกาลไหว้ "ขนมจ้าง" เป็นเทศกาลของชาวจีน ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามของปฏิทินจีน เรียกชื่อตามตำราว่า "โหงวเหว่ยโจ่ย" บ๊ะจ่าง

เชงเม้ง : ประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน (ฮวงซุ้ย) เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อ ที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ

วันตรุษจีน : ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ทุกคนต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่างหยุดงาน โรงเรียนสถาบันการศึกษาต่างปิดเทอมในช่วงนี้ เป็นปิดเรียนฤดูหนาว ยกเว้นคนที่ต้องทำหน้าที่ไม่สามารถหยุดงานได้ หน่วยงานห้างร้านต่างก็หยุดงาน 3-4 วัน เมื่อใกล้วันปีใหม่จีน ผู้คนต่างก็มีการตระเตรียมงานปีใหม่

วันชาติจีน : ก่อนที่จะมีการกำหนดวันดังกล่าวให้เป็นวันชาติจีนใหม่ ทางคณะรัฐบาลยุคนั้นซึ่งนำโดยประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตง(毛泽东)ได้เตรียมการหลายอย่างเพื่อการนี้ จึงเป็นที่มาของสัญลักษณ์ธงประจำชาติ พิธีการชักธงขึ้นสู่ยอดเสาที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณหน้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน (天安门广场)ตลอดจนเพลงชาติและพิธีกรรมต่างๆ ที่ผู้นำจีนใหม่ทุกยุคทุกสมัยล้วนปฏิบัติสืบต่อกันเป็นธรรมเนียม